แมงกะพรุนไฟ

เรื่องของแมงกะพรุนไฟกับชายหาดของบ้านเรานั้น เป็นเรื่องที่พบได้เสมอในทุกฤดูกาล เพราะอากาศของประเทศเราอบอุ่นเสมอ เหมาะสำหรับที่แมงกะพรุนไฟจะเวียนว่ายอาศัยอยู่ครับ

แมงกะพรุนไฟนั้นแบ่งง่ายๆ ได้เป็น ๒ จำพวก พวกแรกชื่อ Sea Nettles แปลเป็นไทยว่า “เจ้าตำแยทะเล” พวกนี้อาศัยอยู่ตามมหาสมุทรแอตแลนติกและอินโดแปซิฟิก อาจมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ถึง ๑ เมตร และหนวดอาจยาวถึง ๓๐ เมตร อีกจำพวกชื่อ Portuguese Man of War แปลตามตัวว่า “เรือรบแห่งโปรตุเกส” พวกนี้จะมีส่วนลอยพ้นน้ำขึ้นมา แลดูคล้ายกระเพาะปัสสาวะ มักอยู่ตามมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนโน่น เอ่ยถึงพวกนี้ให้ฟัง เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยไปทัวร์ต่างประเทศมากครับ แต่ก็ไม่ค่อยพบคนไทยไปโดนแมงกะพรุนไฟมาจากต่างประเทศ คงเป็นเพราะส่วนใหญ่ไปใช้เวลาวนเวียนกับการช็อปปิ้งมากกว่า

หนวดของแมงกะพรุนไฟที่ห้อยลงมานั้น ภาษาอังกฤษเรียกว่า Tentacles ตามหนวดจะมีกระเปาะพิษที่เรียกว่า Nematocyst ไว้คอยต่อยศัตรูที่เข้ามาใกล้ เมื่อสัตว์เลี้ยงต่างๆ รวมถึงคนไทยเราไปสัมผัสโดนหนวดของแมงกะพรุนไฟ ก็จะถูกเจ้ากระเปาะพิษนั้นต่อย โดยกระเปาะพิษจะปล่อยเข็มซึ่งมีลักษณะกลวงและเป็นเหมือนตะขอแทง ทำให้เกี่ยวติดกับผิวหนังของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย

สารพิษจะหลั่งเข้าสู่ร่างกายของเหยื่อตามเข็มพิษซึ่งกลวงนั้น ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน ชา และผิวหนังบริเวณนั้นอาจเกิดไร้ความรู้สึกได้ อาจพบเป็นปื้นแดง ตุ่มแดง เป็นแนวยาวที่ผิวหนังตามแนวที่หนวดแมงกะพรุนไฟมาสัมผัส รอยโรคที่เกิดขึ้นอาจจางหายไปในเวลาต่อมา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดเป็นแนวนูนแดง บางรายอาจเกิดรอยไหม้ดำเป็นเวลาหลายๆ เดือน หรือบางรายอาจเกิดแผลเป็นนูนโตที่เรียกว่าคีลอยด์ ซึ่งอาจคงอยู่ได้เป็นหลายๆ ปี บางรายมีอาการดีขึ้นแล้วในเวลา ๒ – ๓ สัปดาห์ แต่แล้วรอยโดนแมงกะพรุนอาจกำเริบขึ้นมาได้เองอีก นอกจากมีอาการที่ผิวหนังแล้ว หลายๆ คนยังมีอาการของระบบอวัยวะอื่นๆ อีกด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว และกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง บางรายแพ้พิษแมงกะพรุนไฟ อาจเกิดช็อคหมดสติจากการแพ้ได้

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดจากการโดนแมงกะพรุนไฟ คือ อาการปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก และรอยแผลเป็นนูนแดงตามแนวที่โดนหนวดแมงกะพรุนไฟ

สำหรับแนวทางในการป้องกันไม่ให้ถูกแมงกะพรุนไฟคือ ควรว่ายน้ำเฉพาะในหาดที่กำหนด ถ้ามี Life Guard คอยดูแลด้วยยิ่งดี ในเขตที่มีแมงกะพรุนไฟชุกชุม ถ้าว่ายน้ำทะเลในเขตที่ตาข่ายกั้นจะป้องกันแมงกะพรุนไฟได้ครับ

ควรหลีกเลี่ยงการว่ายน้ำหลังมีพายุ เพราะกระเปาะพิษอาจหลุดลอยตามสายน้ำทะเลได้บางฤดูกาล เช่น ในหน้าฝนอาจพบแมงกะพรุนไฟชุกชุมได้ ลองสอบถามชาวบ้านแถบนั้นดูก่อนลงเล่นน้ำก็พอจะช่วยได้บ้างครับ

หากโดนแมงกะพรุนไฟแล้ว การรักษา คือ ต้องรีบขึ้นจากน้ำ ห้ามเคลื่อนไหวส่วนที่ถูกแมงกะพรุนไฟมาก เพราะพิษจะยิ่งแพร่กระจาย อาจใช้ผงโซดาปิ้งขนมปังหรือน้ำส้มสายชูราดบริเวณที่ถูกแมงกะพรุนไฟหรือใช้ผงทำเนื้อนุ่มในรูปเป็นผง หรือผสมน้ำทาบริเวณนั้น จะเป็นการทำลายพิษได้ หากไม่มีอะไรให้ใช้น้ำทะเลชะล้างบริเวณที่โดน ห้ามใช้น้ำจืดหรือแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้กระเปาะพิษแตก ตามหลักออสโมซิสจะแพร่กระจาย หลังจากนั้นจึงใช้ปากคีมเล็กๆ (Forceps) หรือใช้การ์ดที่ทำด้วยพลาสติก เช่น เอทีเอ็ดการ์ด ใช้เปลือกหอยหรือมีดค่อยๆ ขูดเอากระเปาะพิษออกจากผิวหนัง ผู้ช่วยเหลือควรใส่ถุงมือหรือระวังไม่ให้โดนกระเปาะพิษด้วย

หากมีอาการรุนแรง แพทย์อาจต้องให้น้ำเกลือ ออกซิเจน ยาฉีดแก้อาการช็อค (Epinephrine) สเตียรอยด์และยาแก้แพ้ อาจใช้สายยางรัดเหนือบริเวณที่เป็น เพื่อป้องกันไม่ให้พิษกระจายมาก แพทย์จะให้ยาแก้ปวด ใช้น้ำแข็งประคบ และยาแก้แพ้ ตามอาการ

ส่วนการรักษาแปลที่ผิวหนังนั้น แพทย์อาจใช้ยาชาทาเฉพาะที่ เพื่อลดอาการปวดแสบปวดร้อน หากมีแผลควรทำความสะอาดแผลวันละ ๓ ครั้ง ใช้ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะทาแผลด้วย ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนต้องได้รับยาปฏิชีวนะรับประทานหรือยาฉีดที่เหมาะสม หากผิวหนังมีอาการแพ้ระคายเคืองมากอาจใช้ยาสเตียรอยด์ทาเฉพาะที่ หรืออาจต้องรับประทานยาแก้แพ้แอนติฮีสตามีน หรือ ยาสเตียรอยด์รวมถึงยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน หรือ พาราเซลามอล ตามความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป หากแผลสกปรกมาก แพทย์อาจฉีดยากันบาดทะยักร่วมด้วย

Copyright © ปรึกษาปัญหาผิว All rights reserved.